เมื่อเย็นวันนี้ท่านแม่ได้ให้ผมไปเป็นตากล้องในงานพิธีจบการศึกษาชั้นอนุบาลสามของน้องศรี เหตุเพราะบัตรมีสามใบและท่านพ่อก็ติดงานไม่สามารถปลีกตัวได้ น้องคนกลางก็ไม่ชอบไปนั่งเบื่อๆในงานที่ไม่เกี่ยวกับตน สรุปว่าเหลือผมคนเดียว.....

โอเค....

แหม...มันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอก งานบ่ายสามถึงทุ่มครึ่ง กิจกรรมส่วนให้เป็นการแสดงของเด็กอายุระหว่าง4-6ขวบ คนในงานจำนวนหนึ่งไม่สามารถคุยเรื่องการเมืองได้ และมีแสงแฟลชจากกล้องเยอะมากจนนึกว่าเซเล้ปส์มา มีอาหารด้วยนะเอ้า!! เด็กส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยกิน ผู้ปกครองก็ต้องรักษาฟอร์ม เสร็จโจรอย่างผมสิ....

มันควรจะเป็นงานที่เรียบๆ ไม่มีอะไรมากนัก งานเริ่ม หน้าที่ของผมมีแค่ถ่ายรูปตอนน้องขึ้นแสดง กับกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พองานเลิกกลับบ้าน นอน ฝัน วันใหม่มา...   แต่เหตุการณ์มันก็ดันเกิดขึ้นตอน "งานเริ่ม" นี่หละ

เป็นที่รู้กันดีว่า ในงานพิธีแทบทุกงานก็จะมีการกล่าวของผู้ใหญ่สักคน งานแต่งก็ให้พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาพูด งานศพก็ให้พระมาเทศน์ ส่วนงานที่เกี่ยวกับโรงเรียนก็จะให้คนที่เกี่ยวกับโรงเรียนนั้นมาพูด เช่น ครูใหญ่ หรือศิษย์เก่าดีเด่น....  ประมาณนั้น

ในงานนี้ มีคนมาพูดเปิดงานสองคนเป็น ครูใหญ่ กับเจ้าของโรงเรียน(เคยอดีตปลับกระทรวงการศึกษามั้ง) โดยครูใหญ่เป็นผู้หญิง เป็นคนพูดก่อน lady first

"ขอแสดงความยินดีแก่นักเรียน อีทีซี โรงเรียนเราได้รับรางวัลนี้และนั้น อีทีซี"  

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งฟังอยู่นั้นผมก็รับรู้ได้ถึงเรื่องประหลาด

ผมเป็นชนกลุ่มน้อยในงาน.....ที่กำลังฟังอยู่..... 

เสียงในอากาศมันตีกันมั่วไปหมด ที่ผมสามารถได้ยินเสียงของครูใหญ่ได้ก็เพราะเธอใช้ไมค์ ลำโพงอยู่ใกล้ๆเวที และผมนั่งโต๊ะหน้าสุดติดกับเวที....

พอครูใหญ่พูดจบก็เป็นพิธีการมอบประกาศนียบัตรจากเจ้าของโรงเรียน เด็กสามสิบสี่สิบคนก็เดินเรียงแถวกับไปรับกระดาษแผ่นหนึ่งลงมาจากเวที พวกเขาและเธอกำลังจะก้าวจากสถานศึกษาที่เน้นทางด้านจินตนาการ ไปสู่โลกใหม่ที่จินตนาการไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เด็กเหล่านั้นจะรู้ใหมนะว่าการวาดรูปสีเทียนหรือปั้นดินน้ำมันมันไม่สามารถนำมาใช้เป็นคะแนนได้อีกแล้ว....

หมดเวลาซึ้ง กลับไปสู่งานดังกล่าว...

เมื่อเด็กทุกคนดูจะแฮปปี้กับการได้รับกระดาษหนึ่งแผ่น ผู้ปกครองก็แฮปปี้ที่จะถ่ายรูปบุตรหลานของตนขณะกำลังขึ้นรับกระดาษแผ่นนั้น บริษัททำประกาศนียบัตร(มันมีหรือเปล่า?)ก็ดูจะแฮปปี้กับตัวเลขรายรับที่เกิดขึ้น ก็ถึงตา เจ้าของโรงเรียน พูดกล่าวอะไรสักอย่าง...

อะไรสักอย่างที่ว่านั้น เป็นเรื่องเกียวกับจินตนาการโดยยกตัวอย่างเกี่ยวกับคนยิวที่สามารถใช้จินตนาการในการผลักดันชนชาติของตนเองได้ ดูๆแล้วก็ป็นเรื่องดีที่จะพูดถึงเรื่องจินตนาการกับผู้ปกครองและเด็กอนุบาลสามขึ้นประถมหนึ่ง ตัวเรื่องเองก็ย่อยง่าย มีตัวอย่างเห็นชัด ไม่ใช่เรื่องนามธรรมที่เข้าใจยาก

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งฟังอยู่นั้นผมก็รับรู้ได้ถึงเรื่องประหลาดอีกเรื่อง

ผมเป็นชนกลุ่มน้อยในงาน.....ที่กำลังฟังอยู่..... 

ครั้งนี้เสียงในอากาศนอกจากมันจะตีกันมั่วแล้วมันยังค่อนข้างดัง ดังจนเจ้าของโรงเรียนที่กำลังกล่าวอยู่ต้องเพิ่มความดังในการพูด ดังจนเขาต้องดึงไมค์ออกมาจากขาตั้งแล้วนำมาถือไว้ในมือเพื่อให้เสียงมันดังขึ้นไปอีก ดังจนหัวผมหมุน

แล้วทุกอย่างก็เงียบลง.....

ตอนนั้นมันเหมือนมีใครมากดmute ผู้ปกครองดูกำลังคุยกันอย่างออกรส เจ้าของโรงเรียนกำลังขยับปากเหมือนกำลังพูดอะไรสักอย่างอยู่หน้าไมค์ แต่เสียงมันหายไปแล้ว....

พอประสาทสัมผัสหายไปหนึ่งประสาทที่เหลือก็จะเริ่มพัฒนาศักยภาพของตนเองแทนที่ประสาทส่วนที่หายไปนั้น ในกรณีของผมเป็นประสาทสัมผัสทางตา...

เวลานั้นผมเห็นเด็ก

เด็กอนุบาลสามที่กำลังจะกลายเป็นเด็กประถมหนึ่ง เด็กที่เป็นเหมือนฟองน้ำ พร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งจากสิ่งที่พวกเขาเห็นผู้ใหญ่หรือคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขาทำ เด็กที่ยังอ่อนเกินไปที่จะคุยถึงเรื่องระเบียบวินัยหรือศีลธรรม หรือ

 

 

มารยาททางสังคม การ

 

ให้เกียรติผู้อื่น

 

 

 การเป็นผู้ฟังที่ดี..

 

เสียงกลับมาแล้ว ผมกำลังนั่งอยู่ในงานที่ไม่มีการให้เกียรติแก่ผู้พูด มันจะดูแย่น้อยกว่านี้ถ้าในงานนี้ไม่มีเด็กที่กำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าร่วมอยู่ด้วย

ผมนึกถึงอนาคตของเด็กเหล่านั้น.......

อืม ....

 

edit @ 7 Mar 2009 21:10:50 by Fossil

edit @ 7 Mar 2009 21:11:29 by Fossil

Comment

Comment:

Tweet

วัยผู้ใหญ่ตอนปลายจะกลับมามีพฤติกรรมเหมือนวัยเด็กอีกครั้ง

อย่างที่บอก... เปนทฤษฎีอ่านะ

อย่างน้อยน้องคุณก็มีตัวอย่างที่ดีล่ะ Hot!

#5 By =*HermyDelia*= on 2009-03-09 11:50

อืม อืม...
ผู้ใหญ่จะเป็นตัวอย่างให้เด็กเล็กๆ เสมอค่ะ

เรื่องมารยาทในการฟังนี้ก็เป็นปัญหาที่แก้ยาก จะให้คนพูดบนเวทีดุแบบว่า "เอ้าฟังกันหน่อย" แบบครูดุนักเรียนก็กะไรอยู่น่ะนะsad smile

#4 By ★ Lucent on 2009-03-08 13:17

วันก่อนเห็นเด็กๆ ในโรงเรียนอนุบาลก็มีกิจกรรมแบบนี้ด้วยเหมือนกันค่ะ เห็นคุรพ่อคุณแม่ซื้อดอกไม้ให้ด้วย ก็เป็นบรรยากาศที่น่ารักดีค่ะ เพราะปกติเห็นแต่ผู้ใหญ่ในงานพระราชทานปริญญา

#3 By NihaoJAA on 2009-03-08 09:32

...

เราฟังคุณอยู่นะ

#2 By lalirine on 2009-03-07 21:52

ตัวหนังสือทับกันขั้นรุนแรงฮะsad smile

#1 By ActSaint on 2009-03-07 21:06