ง่วง เหงา หาว นอน

posted on 02 Apr 2009 19:00 by yuri25648 in shortstories

ง่วง 

ตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ เป็นดวงตากลมโตคู่หนึ่งที่ปกติมักเป็นประกายด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นหรีเล็กลงมันคงเหนื่อยล้ามาจากการถูกใช้ทั้งวัน เจ้าของดวงตาคู่นี้เสวมชุดนอนยาวเสมอเข่า ปักลายลูกไม้ มือเธอกอดหมอน ดวงตาเธอจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ขนาด 34 นิ้ว  พิธีกรในจอกำลังโบกไม้โบกมือ และ หัวเราะกับเรื่องที่ดารารับเชิญเล่า เธอไม่เห็นว่ามันตลกตรงใหน เธอกดรีโมทเปลียนช่อง ภาพในจอปรากฏสิงโตฝูงหนึ่ง เธอไม่ชอบสังคมสิงโต ที่ตัวเมียต้องเป็นผู้หาอาหาร เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่อง การ์ตูนในจอเป็นเรื่องของแมวไล่หนู หนูแกล้งแมว เธออาจดูมันต่อถ้าเธออายุน้อยกว่านี้แต่ตอนนี้เธอโตแล้ว อย่างน้อยเธอก็คิดว่าตนเองโตพอแล้ว สมัยเป็นเด็กเธอจะวิ่งเล่นกับเพื่อน เธอชอบวิ่ง เธอเคยเป็นนักวิ่งของโรงเรียนจนถึงสมัยมัธยมต้น ด้วยความสามารถของเธอสามารถเป็นนักวิ่งแข่งได้สบาย หากแต่พ่อแม่ของเธอไม่เห็นด้วย พวกเขาชอบให้เธอเรียนมากกว่า ทุกครั้งที่มีคนอื่นชมให้ฟังถึงการวิ่งของเธอ พ่อแม่ของเธอจะแค่ยักไหล่แล้วพูดว่า "มันน่าจะอ่านหนังสือมากกว่านี้"  พอเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเธอก็ไม่วิ่งอีก เธอไปโรงเรียน ไปดูหนัง ไปเรียนพิเศษ ไปชอปปิ้ง แต่เธอไม่วิ่งอีก เธอไม่ได้รู้สึกเสียดาย เธอคิดเสมอว่ามันเป็นแค่เรื่องราวในวัยเด็ก เหมือนคนหลายคนที่เคยเรียนดนตรีตอนเด็ก ถึงพวกเขาจะเล่นเก่ง ได้อยู่ในวงโรงเรียน แต่พวกเขาก็ไม่ได้โตมาเป็นนักดนตรีแต่อย่างใด เธอมองนาฬิกา อีกห้านาทีจะเที่ยงคืน แม้เธอจะไม่มีแผนจะทำอะไรในวันพรุ่งนี้แต่เธอรู้ดีว่าเธอจะสิวขึ้นง่ายถ้าเธอนอนดึกเกินไป นอกจากนี้เธอแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว เธอเอื้อมมือไปหยิบรีโมท กดปุ่มสีแดง ภาพในจอดับลง เธอเดินเข้าไปในห้องนอน ปิดประตู 

เหงา

ประตูปิดแล้ว ห้องเป็นห้องกว้าง สะอาด โปร่ง ดูเป็นห้องที่หมดจด หมดจดเกินไป ไม่ว่าคนที่รักสะอาดขนาดใหนก็คงไม่สามารถดูแลห้องของตนเองได้ทุกวัน แต่ห้องนี้ได้รับการทำความสะอาดอยู่ทุกวัน ผ้าปูเตียงสีขาว มีดอกกล้วยไม้วางประดับอยู่ข้างหมอดกลิ่นหอมชื่นใจ เขาเดินไปที่โต๊ะกินข้าว ซึ่งตอนนี้มีจานหลายใบวางเรียงอยู่ เป็นอาหารอิตาเลียนแบบฟูลคอร์ส จานเรียกน้ำย่อยเป็น แฮมและเนยแข็ง จานแรกเป็น พาสต้าซอสรากูร์ จานเนื้อเป็นเนื้อวัว  ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก จานจัดอย่างสวยงาม สลัดเป็น สลัดซีซาร์ ผักสีสดเหมือนเพิ่งเด็ดมาจากไร่ ของหวานอยู่ในตู้เย็น เป็นไอสครีม ประดับผลไม้หลากสีในจานสวยงาม นอกจากนี้ยังมีตะกร้าสานใบเล็ก ในตะกล้ามีขนมปังวางอยู่หลายชิ้น ข้างจานมีส้อม ช้อน อย่างละสองคัน มีด และที่ปาดเนย ข้างโต๊ะมีโต๊ะ เครื่องดื่มขนาดเล็ก ชั้นบนมีถังสีเงินใส่น้ำแข็งวางอยู่ น้ำแข็งในถังทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิของไวน์แดง ฉลากเป็นรูปปราสาท เขียนไว้ด้วยภาษาต่างประเทศ มีตัวเลขเพียงไม่กี่ตัว 2005 และ 14 ชั้นล่างมีแก้วเหล้าและ เหล้าหลายชนิด เป็นเหล้าก่อนและหลังอาหาร เขามองดู สิ่งทั้งหลายนี้อย่างเฉื่อยชา วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วที่เขาพักอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ มันเป็นโรงแรมเงียบๆ ชายทะเล ทะเลเป็นทะเลสีฟ้าสดใส ทรายสีขาว ในยามกลางวัน แต่ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ฟ้าโปร่ง ไม่มีแสงไฟที่ขอบฟ้า บริเวณนี้ไม่มีการประมง จากระเบียงสามารถเห็นดาวสุกใส บนท้องฟ้าได้หลายดวง เขายิ้มแห้งๆ นึกสมเพชตนเอง ความจริงวันนี้เขาไม่สมควรอยู่คนเดียว เขายังไม่หิว จึงเดินไปที่โต๊ะเครื่อมดื่ม เลือกเหล้าหนึ่งชนิด แก้วหนึ่งใบ เทเหล้าลงในแก้ว หยิบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล ในกระเป๋าสตางค์มีรูปใบหนึ่ง เป็นรูปของผู้หญิงหน้าตาหมดจด เธอดูไปไม่ใช่คนสวยนัก อาจไม่ใช่คนที่จะโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางผู้คน แต่ในภาพเธอกำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สวยยิ่ง ไม่แน่ว่าหญิงอื่นยิ้มแล้วจะสวยเท่าเธอ

หาว

เธอยิ้มแล้ว รถสีเทาวิ่งไปตามถนน เสียงเพลงของ Lisa Ono ดังไปทั่วรถ นาฬิกาตรงคอนโซล บอกเวลาว่าใกล้ตีหนึ่งแล้ว ในเวลาดึกเช่นนี้ เธอชอบฟังเพลงของLisa Ono ไปพร้อมกับการเหยียบคันเร่ง เป็นรถเกียร์ธรรมดา เธอชอบขับรถเกียร์ธรรมดามากกว่าเกียร์ออโต้ เธอชอบสัมผัสของการเปลี่ยนคลัชและเกียร์ เธอมองว่ารถเกียร์ออโต้เป็นเหมือนรถเด็กเล่นมากกว่า รถแม้ไม่ใช่รถที่ดีนักเป็นรถทั่วๆไป ออกจะเก่าไปด้วยซ้ำเมื่อดูจากรุ่น แต่อย่างน้อยก็เป็นรถที่เธอซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ความจริงถ้าเธอบอกพ่อของเธอว่าเธออยากได้รถเธออาจขับรถคันที่ดีกว่านี้ รถที่สวยกว่านี้ บ้านเธอทำธุรกิจส่งออก ตอนนี้นับได้ว่ากิจการรุ่งเรือง แต่เธอชอบรถคันนี้ ชอบการที่เธอซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง แม้เธอจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่เธอก็นึกขันเสมอเมื่อเห็นลูกหลานเพื่อนของพ่อแม่เธอขับรถคันงาม ใส่เสื้อผ้าดูดี แต่เมื่อเธอถามว่าพวกเขาทำงานอะไร คำตอบที่ได้มักจะเป็นคำตอบคลุมเครือ หรือไม่บทสนทนาก็จะถูกหันเหไปเป็นเรื่องอื่น เธอสัญญากับตนเองว่าจะไม่กลายเป็นคนประเภทนี้ เธอเป็นคนตั้งใจมุ่งมั่น งานที่เธอคิดจะทำแล้วต้องทำให้สำเร็จ ตอนนี้บริษัทที่เธอพยายามสร้างมันขึ้นมาเป็นเวลาสามปีเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว เธอรู้ดีว่ามันลำบากแค่ใหนในการสร้างกิจการของตนเองขึ้นมาสักแห่งโดยปราศจากความช่วยเหลือใด้ๆจากครอบครัว ไม่ใช่ว่าครอบครัวเธอไม่ให้การสนับสนุน แต่เป็ยเธอที่ปฏิเสธการสนับสนุนเหล่านั้นเอง เธออยากเข้าใจความรู้สึกของพ่อเธอที่ล้มลุกสร้างตัวขึ้นมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ตอนนี้เธอค่อนข้างพอใจกับชีวิตของเธอ ทุกคนรอบตัวเธอต่างพอใจกับชีวิตของเธอ ต่างสรรเสริญยินดี ตัวเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่ดี รู้จักคิด รุ้จักวางตัว เป็นที่เคารพของลูกน้อง เป็นที่รักของเพื่อนฝูง และเป็นที่ภูมิใจของพ่อแม่ เธอมองนาฬิกาอีกครั้งตอนนี้เลยตีหนึ่งมาแล้ว สติเธอเริ่มเรือนราง เมื่อคืนเธอต้องตรวจทานเอกสารจนถึงดึก กว่าจะเสร็จก็ตอนห้าทุ่ม เธอหาอะไรกินในบริษัท แล้วจึงขับรถตั้งใจจะกลับบ้าน ถนนในยามค่ำคืนโลงมากกว่าปกติมาก อันที่จริงเธอชอบถนนโลง ถ้าถนนโลงเธอสามารถเหยียบคันเร่งได้ถึง ร้อยสี่สิบ ถ้าเกินร้อยห้าสิบรถเธอจะเริ่มสั่น เธอไม่ต้องการให้รถเธอเสียกลางทางยิ่งในเวลาดึกเช่นนี้ เธอจึงจำกัดตนเองถึงแค่ร้อยสี่สิบ เธอเพิ่งเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอง่วงแค่ใหน เธอหาวแล้ว ดวงตาเธอหรี่ลงทำให้ไม่เห็นทางข้างหน้า เพียงห้าวินาทีที่เธอไม่เห็นทางข้างหน้า รถเธอก็ปะทะเข้ากับตอม่อ เธอไม่รู้สึกอะไรแล้ว

นอน

เขาเพิ่งรู้สึกตัว นางพยาบาลชุดขาว วิ่งเข้ามาปลุกเขาด้วยท่าทางเร่งรีบ เขารีบลืมตาขึ้นตามสัญชาติญาณ การทำงานเป็นหมอฉุกเฉินทำให้ประสาทการตื่นตัวของเขาไวขึ้นกว่าตอนเป็นนักเรียนแพทย์มาก สมัยเป็นนักเรียนแพทย์เขามักจะหลับเสมอ ในช่วงพรีคลีนิค เขาจำได้ว่ามักจะโดนอาจารย์ดุว่าเป็นประจำ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้สนใจ เขาสามารถอ่านหนังสือตอนกลางคืนได้ และยังสามารถทำเกรดได้ดีอยู่ กว่าจะรู้ตัวเขาก็มีนิสัยหลับในห้องเรียนเป็นประจำ และอ่านหนังสือฟังไฟล์เสียงตอนดึกเองเสียแล้ว ด้วยนิสัยเช่นนี้ ทำให้เขาไม่เป็นที่โปรดปราณของเหล่าอาจารย์เท่าไหร่นัก ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้อยากเป็นที่โปรดปราณ เขาไม่ใช่นักเรียนประเภทที่จะเข้าหาเหล่าอาจารย์ เขาไม่เคยถามข้อสอบ ไม่สนใจคะแนนพิศวาส อันที่จริงเขาไม่สนใจอะไรเลย เขาเพียงหวังจะเรียนจบ แล้วจะเริ่มดำเนินชีวิตตามทางของตนเอง แต่หลังจากเรียนจบเขาได้ตระหนักแล้วว่าชีวิตเขาไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป เขาต้องเข้าเวร ต้องตรวจคนไข้ แรกๆเขาก็รู้สึกหงุดที่ที่แผนการชีวิตไม่เป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้ เขาตั้งใจจะทำงานสักห้าวันแล้วหยุดเสาร์-อาทิตย์ นี่กลับกลายเป็นทำงานหกวัน แถมบางวันยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ต้องค้างที่โรงพยาบาล แต่นานเข้ายิ่งเขาได้ช่วยคนไข้มากขึ้น ได้เห็นสีหน้าของญาติผู้ป่วยมากขึ้น เขาเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของงานของเขา เขาเริ่มยินดีที่ได้มายื่นตรงจุดนี้ ตอนนี้เขากลายเป็นแพทย์หน้าใหม่ที่ได้ชื่อว่ากระตือรือร้นที่สุดในโรงพยาบาล แปลคนไข้ถูกเข็นเข้ามา บนแปลเป็นผู้หญิงคนหนึ่งศีรษะแตก เลือดสีแดงหยดเป็นจุดๆตัดกับผ้าปูสีขาว ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา เขาทักอย่างคุ้นเคย

"รถชน"นายตำรวจพูดขึ้นอย่างเรียบๆ

"ไม่มีคู่กรณี?"เขาถามเนื่องจากมีผู้ป่วยรายเดียว ปกติถ้าอาการสาหัสแบบนี้สภาพคู่กรณีคงไม่ต่างกันมากนอกเสียจากว่าเขาจะขับlamborghini

"ชนตอม่อ"นายตำรวจไขความสงสัยของเขา

เขาปล่อยให้นายตำรวจคุยกับพยาบาลตรงเคาท์เตอร์ ส่วนเขาเดินเข้าไปในห้องผ่าตัด เขามองนาฬิกาที่อยู่เหนือผนัง ตีหนึ่งครึ่งแล้ว คืนนี้เขาคงไม่ได้นอน  

 

Comment

Comment:

Tweet

มาอ่านอีกรอบจ่ะ

เพิ่งเข้าใจว่า

based on true story confused smile

#6 By =*HermyDelia*= on 2009-04-26 21:29

มีตอนต่อไหม
จบซะดื้อๆ เรย

ขัดใจ

#5 By =*HermyDelia*= on 2009-04-12 07:11

คนเขียนชอบ Joanna Wang มากกว่า

#4 By . on 2009-04-05 21:28

เราเองก็ชอบเพลงของ lisa ono เหมือนกันอ่ะ surprised smile

#3 By cherried on 2009-04-03 19:24

ตอน 'เหงา' อ่านแล้ว รู้สึกหิวขึ้นมาซะเฉยๆopen-mounthed smile

ขึ้นย่อหน้าใหม่บ้างจะอ่านง่ายขึ้นนะคะ (สารภาพว่าอ่านข้ามบรรทัดเยอะมาก สายตาเอียงค่ะ ลืมใส่แว่นตอนอ่าน ฮา~)
ยังแต่งลื่นเหมือนเดิม =///=b

#2 By ★ Lucent on 2009-04-03 13:54


' Lisa Ono '

ง่วง เหงา หาว นอน :D
ราตรีสวัสดิ์นะคะ 55*

#1 By ploypailyn! on 2009-04-02 22:21