รองเท้า

posted on 05 Apr 2009 22:56 by yuri25648 in shortstories

บ้านหลังหนึ่งแอบตัวอยู่ในซอย คล้ายเด็กท่าทางเขินอายไม่กล้าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ทางเข้าบ้านมีพุ่มต้นเข็มปลูกอยู่ เมื่อออกดอกจะเหมือนมีเด็กซุกซนนำสีแดงไปแต้มพุ่มเข็มนั้น ในบ้านเลี้ยงสุนัขไว้สองตน

หน้าบ้านมีร้องเท้าจัดเรียงไว้อยู่หลายคู่ ทั้งรองเท้าส้นสูงสำหรับสตรีสีแดง รองเท้าสไตล์กัลดิเอเตอร์สีน้ำตาลประดับกระดุมเงิน รองเท้าหนังสีดำดูเป็นทางการ รองเท้าแตะสีขาวสะอาด ในกลุ่มรองเท้านี้มีแปดคู่ที่โดดเด่นขึ้นมา รองเท้าผ้าใบห้าคู่ รองเท้าแตะสองคู่ และรองเท้าหนัง หนึ่งคู่ พวกมันแม้ดูไปแตกต่างทั้งเรื่องสี รูปทรง สไตล์ แต่กลับมีจุดรุ่มกันประการหนึ่ง เจ้าของรองเท้าเป็นคนคนเดียวกัน

มันเป็นชายผู้หนึ่ง อายุยี่สิบปี มันชอบหักนิ้ว ชอบดื่มชา เสพย์ติดนิยายของ Haruku Muragami  รักการวิ่ง ในเอ็มพีสามของมันกว่าครึ่งเป็นเพลงเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ในจำนวนนี้มันชมชอบ เพลงของเจย์ โชว์เป็นพิเศษ มันไม่ค่อยฟังเพลงที่เรียกว่าอินดี้ เพราะมันเองยังจำกัดความคำว่าอินดี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ระหว่างวิ่งมันชอบฟังเพลง มันเชื่อว่าร่างกายของมันจะปรับจังหวะในการวิ่งให้เข้ากับจังหวะของเพลง ดังนั้นมันจึงเลือกเพลงในการวิ่งยิ่ง เพลงต้องมีท่วงทำนองคึกคัก สามารถเพิ่งประสิทธิภาพการวิ่งของมันได้ ส่วนนักร้องหรือเนื้อหาของเพลงเป็นเช่นใดนั้นมันล้วนไม่นำพา นอกจากนี้มันยังมีรองเท้าแปดคู่ แปดคูนี้นับเป็นสมบัติของมัน มันใส่มานานยิ่งมาตรว่าแม้ขาดไปบ้างมันก็ยินยอมซ่อม มันรักรองเท้าของมัน

"มันชมชอบข้าพเจ้าที่สุด" รองเท้าผ้าใบสีแดงสดพูดขึ้น สีแดงเป็นสีแห่งความร้อนแรงเช่นเดียวกับอารมณ์ของมัน ทั้งยังเป็นสีที่โดดเด่น มันพานชอบความโดดเด่น ดังนั้นจึงพูดขึ้นมา

รองเท้าผ้าใบสีขาวส้มเค้นเสียดัง เฮอะ มันไม่ใช่รองเท้าที่ชอบพูดมากนัก แต่คำพูดเมื่อกี้กลับขัดใจมันอย่างยิ่งเพราะ มันรู้ดีว่าตนต่างหากที่เจ้าของโปรดปราน นายมันมักสวมใส่มันออกไปวิ่งทุกค่ำ เรื่องนี้มันย่อมรู้ดี ดังนั้นมันจึงจ้อง รองเท้าสีแดงนั้นอย่างมีโทสะ รองเท้าใบอื่นก็จ้องรองเท้าแดงอย่างมีโทสะเฉกเช่นมัน

"รองเท้าแดงท่านจงทราบไว้ แม้ท่านดูไปคล้ายโดดเด่นที่สุด แต่ผู้มีน้ำหนักเบา ปราดเปรียวที่สุดย่อมเป็นข้าพเจ้า" เป็นเสียงรองเท้าผ้าใบสีขาวพูดขึ้น ความจริงมันมีศักดิ์อาวุโสสูงสุดในบรรดาร้องเท้าผ้าใบ อีกทั้งมันยังเบายิ่ง ทุกคราที่นายมันต้องการความคล่องแคล่วคล่องตัว ย่อมต้องใช้สอยมัน

"แต่ผู้ที่ร่วมฝ่าฟันกันเจ้านายมากที่สุดคือเรา" เป็นรองเท้าผ้าใบสีดำพูดขึ้น ตัวมันทำจากผ้าที่ดูบางยิ่ง ทั้งสรีระยังคล้ายเท้าของคนยิ่ง ฟังว่าถ้าใช้มันบ่อยๆยังเพิ่งประสิทธิภาพในการวิ่งของท่านได้ มันเป็นรองเท้าที่นายมันนำไปเข้าฝึก ยามนั้นมีมันเพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาต เพราะมันสีดำ สีดำทั้งไม่โดดเด่น ทั้งไม่ดูสกปรก อีกทั้งทางค่ายฝึกอนุญาติเพียงสีดำเท่านั้น ยามนั้นมันจึงถูกช่วงใช้

ตอนนี้รองเท้าดำเหลืองไม่พอใจแล้ว ความจริงมันเป็นรองเท้าที่ดียิ่ง สมควรถูกช่วงใช่บ่อยกว่านี้ แต่มันกลับถูกช่วงใช้น้อยยิ่ง ความจริงมันเป็นรองเท้าที่สมบุกสมบันทนทาน หากแม้นท่านต้องไปเดินป่าไม่แน่ว่าต้องนึกอยากนำมันไปด้วย แต่ที่นี่ไม่ใช่ป่า จุดเด่นของมันจึงไม่เป็นที่ยอมรับนัก บางครั้งประโยชน์ก็เกิดเพราะสถานการณ์ที่เหมาะสม

รองเท้าหนังสีดำเพียงเฝ้าดูอยู่เงียบๆ มันดูไปสวยงามสง่ายิ่ง รองเท้าหลายคู่ทุ่มเถียงกัน แต่มันคล้ายไม่นำพา มันไม่ชอบการทุ่มเถียงซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพียงชิงชัย มันจะยอมทุ่มเถียงก็ต่อเมื่อเป็นการทุ่มเถียงอย่างสร้างสรรค์ การชิงชัยสำหรับมันดูไปน่ารังเกียจยิ่ง อีกทั้งมันทราบดีว่าจะมีรองเท้าอีกคู่ที่ยินยอมพูดแทนมัน เมื่อมีคนกระทำแทนท่านท่านใยต้องกระทำ นี่เป็นหลักการของมันเสมอมา พลันนั้นรองเท้าที่ยินยอมพูดแทนมันเปล่งเสียงขึ้น

"พวกท่านทั้งหลาย ทุ่มเถียงกันไปใยล้วนไม่มีความหมาย เมื่อถึงคราวเหมาะสมพวกเราล้วนถูกเลือกใช้" ผู้พูดกลับเป็นรองเท้าแตะสีดำ ดูไปไม่โดดเด่น มันถูกซื้อตัวมาเพราะวันนั้นรองเท้าที่เจ้านายมันใส่อยู่เกิดเสียกระทันหันจำเป็นต้องหาคู่ใหม่โดยด่วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่นำพาต่อชาติกำเนิดของตนเอง ทั้งยังคล้ายเป็นผู้ปลอดโปร่งที่สุด มันยังเชื่อว่ายามใดที่นาย สวมใสมัน ย่อมปลอดโปร่งเฉกเช่นมัน

"หรือพวกท่านยิมยอมถูกสวมใส่ยามฝนตก" มันหันไปถามเหล่ารองเท้าผ้าใบ พวกมันได้แต่จ้องหน้ากันไปมา ไม่มีรองเท้าคู่ใดเอ่ยปาก พวกมันย่อมทราบดีว่ารองเท้าเช่นพวกมันไม่สมควรสวมใส่ยามฝนตก ยามฝนตกท่านสมควรใส่รองเท้าแตะ

พลันนั้นประตูบ้านเปิดขึ้น นายของมันก้าวออกมา วันนี้มันแต่งชุดหยาบยิ่ง มุมปากยังปรากฏคราบของข้าวต้ม ผู้อื่นมองมันอย่างไรมันล้วนไม่นำพา มันคีบรองเท้าคู่หนึ่งด้วยนิ้วสองนิ้ว เป็นรองเท้าแตะไม้คู่หนึ่ง มันวางลง สวมใส่รองเท้าคู่นั้น พลันเดินอย่างปลอดโปร่ง มันทราบดีว่ารองเท้าคู่นี้แม้ใส่ไม่สบายอยู่บ้าง แต่วันนี้มันไม่แน่ว่าต้องใส่รองเท้าทั้งวัน วันนี้มันไปเยียมหายายของมัน ที่บ้านยายมันไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้า

มันเดินจากไปแล้ว รองเท้าทั้งหลายได้แต่มองหน้ากันไปมา

 

Comment

Comment:

Tweet