ฝน

posted on 27 Apr 2009 20:52 by yuri25648 in shortstories

ผมลืมตาขึ้นหลังจากตั้งใจละเมียดกาแฟในถ้วย กาแฟสีดำสนิท ผมนึกถึงข้อเขียนของใครสักคน กาแฟที่ดีต้องดำเหมือนปีศาจ และหอมเหมือนนางฟ้าผมมองกาแฟในถ้วย มันเหมือนลูกผสม บางครั้งผมจะเห็นปีศาจ บางครั้งเป็นนางฟ้า มีบ้างที่เป็นตัวผมเอง 

 

อากาศชื้นอย่างประหลาดทั้งที่เป็นฤดูร้อน คงเป็นเพราะฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างผิดฤดูข้างนอกนั่น

ผมถอนหายใจ ยอมรับกับตนเองว่านี่ไม่ใช่ฝนในฤดูร้อนครั้งแรกของผม อาจเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว หรือเมื่อปีที่แล้วก็ได้ ผมพยายามใช้เวลาสองสามนาทีในการขุดความทรงจำของตนเองออกมา

สิบ    หนึ่ง    ผมพึมพำกับตนเอง

 

มันสำคัญอย่างไร สิบปีที่แล้ว ปีที่แล้ว หมื่นแสนปีที่แล้ว ถึงอย่างไรมันก็เป็นความทรงจำจางๆที่ล่อยลอยอยู่ในประวัติชีวิตของผม   ตราบใดที่ผมยังไม่มีโครงการที่จะมีชีวประวัติของตนเองทำไมผมจึงต้องไปชี้ชัดระบุมันในแน่นอนด้วย

 

ฝนครั้งนี้ตกสม่ำเสมอ

ทุกครั้งที่ผมรู้สึกตัวฝนจะตก ท้องฟ้าอึมครึมจนไม่สามารถแยกแยะวันคืนได้ นาฬิกา? ผมเป็นคนไม่ใส่นาฬิกา ถึงผมใส่นาฬิกาอยู่มันก็คงไม่ช่วยบอกอะไรแน่นอน

 

ฝนมักพัดพาสิ่งต่างๆกลับสู่ดิน ฝุ่นผงเล็กๆบนลอนหลังคาสังกะสี เศษใบไม้ที่ติดอยู่บนหลังคากระเบื้องศาลเจ้าแบบจีน เครื่องบินกระดาษที่ไปติดอยู่บนระเบียงเมื่อก่อนปิดเทอม

 

ฝนครั้งนี้พัดพา เวลา ไปด้วย

 

ย้อนกลับไป อาจจะเมื่อสองวันที่แล้ว หรือสี่วันที่แล้ว (อ้างอิงจากสำนึกในเรื่องของเวลาตามหลักของผมซึ่งถือเป็นตัวแทนของมนุษย์คนหนึ่ง) ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝนที่กระทบโสตประสาท สมองประมวลผลเป็นรูปลักษณ์ของฝนโดยอิงกับฝนในประสบการณ์ของผมเอง เกิดเป็นฝนในชั่วขณะนั้นขึ้น สมองยังประมวลต่อไปอีกถึงความเชื่อมโยงของฝนกับผ้าที่ผมตากไว้ที่ระเบียง ทำให้ผมต้องรีบลุกจากเตียงไปเก็บผ้า อันได้แก่ ผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน ถุงเท้าสองคู่ กางเกงในสามตัว และเสื้อเชิตอีกหนึ่งตัว หลังจากโยนๆของเหล่านั้นลงไปในตระกร้าผ้าแล้ว ผมก็ทึ้งตัวลงบนโซฟายาว ตามองหานาฬิกาดิจิตอลตัวเลขสีเขียวที่ผมได้มาจากการจับสลากเมื่อตอนคริสมาสต์สมัยมัธยมต้น เวลาที่แสดงคือหกโมงสองนาที แต่จุดคั่นชั่วโมงและนาทีไม่ได้กระพริบตามปกติ ผมตบบริเวณที่คาดว่าเป็นสีข้างของมันด้วยฝ่ามือแรงๆสองสามครั้ง แต่พบว่ามันยังไม่กระพริบเช่นเดิม ถ่านคงยังไม่หมด เพราะไฟยังคงติดอยู่ ผมโยนนาฬิกาไปข้างตัว ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะซื้อนาฬิกาใหม่

ผมฮัมเพลงของJoanna Wang เบาๆ คลอไปกับเสียงฝน ตาจับจ้องอยู่ที่เพดานสีขาว แต่สำนึกกลับลอยไปถึงมิวสิควีดีโอของเพลงนั้น ไม่แน่ใจว่าในมิวสิควีดีโอฝนก็ตกด้วยหรือเปล่า ทันใดนั้นผมก็รู้สึกหิว ความหิวครอบงำความคิดในหัวผม  

แปลก?   ผมไม่มีความรู้สึกที่บริเวณท้อง

 

ผมเดินตรงไปที่ตู้เย็น หน้ามืดเล็กน้อยจากการลุกยืนทันทีหลังจากนอนอยู่ โชคไม่ดีในตู้เย็นเหลือเพียง น้ำส้ม เนย และ แอปเปิ้ล สองลูก ผมลูบคาง รู้สึกถึงสัมผัสสากๆของหนวดเส้นเล็กๆ

 

เวลาผ่านไปอีกประมาณสิบนาที(แน่นอนอ้างอิงจากสำนึกของผมอีกเช่นกัน) ผมยืนอยู่หน้าอพาตเมนต์ ร่มพลาสติกใสคั่นฝนกับศีรษะ  ฝนที่ตกลงมาทำให้รัสมีในการมองเห็นลดลงอย่างมาก  ผมมองซ้ายมองขวา  ไม่มีแสงไฟจากรถ ผมข้ามถนนซึ่งตอนนี้นองไปด้วยฝน กลับไปคงต้องซักรองเท้าใหม่ 

ในอากาศในร้านสะดวกซื้อถูกแบ่งเป็นสองส่วน อากาศแห้งๆจากเครื่องปรับอากาศและอากาศเย็นชื้นๆบริเวณประตูอัตโนมัติ ผมเดินผ่านเคาเตอร์ที่สองซึ่งคาดว่าบริเวณนั้นคงเป็นที่แบ่งอากาศทั้งสอง   ในร้านมีคนอยู่หกคน พนักงานหญิงสองคน ชายหนึ่งคน ทั้งหมดใส่ชุดสีเขียวอ่อน เด็กหญิงชุดเหลืองกับแม่วัยกลางคนของเธอในชุดสีแดง  และชายท่าทางมอมแมมในชุดสีดำ หน้าตู้ขายเบียร์

ตอนแรกผมคิดว่าคงเป็นสำนึกของผมเองที่เห็นภาพคนในร้านหยุดนิ่ง  คงเป็นวิธีเก็บความทรงจำแบบภาพถ่าย เหมือนของศิลปินชาวญี่ปุ่นที่เก็บภาพคลื่นในทะเล แต่แล้วผมก็ต้องตระหนักว่าทุกคนในร้านหยุดนิ่ง นาฬิกาก็หยุด แต่เครื่องไฟฟ้าดูจะทำงาน ผมยังได้ยินเสียงลมเบาๆจากเครื่องปรับอากาศ ไฟก็ยังติดอยู่   

ถ้วยกาแฟตะแคง ผมคงเผลอหลับในในท่าที่มีผลสืบเนื่องให้อวัยวะบางส่วนของผมเคลื่อนไปชนกับถ้วยกาแฟ แรงปะทะนั้นคงทำให้สภาวะความสมดุลของถ้วยเสียไป ถ้วยจึงพลิกตะแคง กาแฟอุ่นจึงหก ขากางเกงผมจึงเปียก

และผมจึงรู้สึกตัวตื่น  แสงแสบตาส่องมากระทบหน้า ผมหยีตาเล็กน้อย ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว

  

แล้วโลกก็กลับเป็นปกติ?

ใช่

เธอยิ้มแห้งๆ ผมไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเธอเชื่อหรือไม่เชื่อ

เธอคิดยังไงผมถาม

ยังไง?

ฝนนั่นน่ะ เธอคิดว่ามันเกิดขึ้นกับเราคนเดียวใหม? หรืออาจมีใครบางคนบนโลกที่มีประสบการณ์แบบเดียวกับเรา

เธอจิบกาแฟ มองต่ำ  เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังใช้ความคิด

แล้วมันจะสำคัญยังไงล่ะ

หา?

เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ใช่ใหม? บางครั้งอยู่ดีๆมันก็เกิดขึ้น แล้ว ฟุ้ฟ! มันก็หายไป สำคัญคือเธอเรียนรู้จากมันได้มากแค่ใหนตังหาก

ผมกอดอกคิ้วขมวด

เธอยิ้มอย่างเอือมๆ ทำไมเธอถึงชอบทำหน้าเครียดเวลาอยู่ที่ร้านกาแฟนะ?

นอกร้านกาแฟหยดน้ำหลายหยดกำลังตกกระทบพื้น

ยังไงมันก็ต้องหยุดน่าเธอพูดขึ้นหลังจากเห็นผมมองผ่านกระจกไปที่ฝนด้านนอก

 ณ เวลาหลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง สิบปี หนึ่งแสนล้านปี แสงสาดมารบกวนสายตาของผม ฝนหยุดตกแล้ว...

Comment

Comment:

Tweet

ชอบสไตล์การเขียนจังค่ะ

confused smile

ฝนสำหรับเจ้าของบล็อกอาจจะหยุดตกแล้ว

แต่ในโลกของคนอีกหลายคน ยังคงเปียกปอนด้วยฝนที่"ตกตลอดเวลา"

#3 By mindfulness on 2009-04-30 08:57

ชอบ Hot!


อรุณสวัสดิ์

#2 By =*HermyDelia*= on 2009-04-28 06:35

บางทีผมคิดถึง

ตอนที่ฝนตก..

#1 By ร. on 2009-04-27 21:11